ยกระดับ รพ.จิตเวชนครพนม ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง

Posted on

กรมสุขภาพจิตยกระดับ รพ.จิตเวชนครพนมเป็น ศูนย์เชี่ยวชาญโรคจิตเวชจากสารเสพติด ในกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิตและคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ จังหวัดนครพนม และเป็นประธานในการประชุมหารือความร่วมมือการพัฒนาระบบบริการด้านสุขภาพจิต จิตเวชและยาเสพติด

ระหว่างโรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ และโรงพยาบาลแขวงคำม่วน สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว นำโดยแพทย์หญิงพาสุก คำมนีทอง รองสาธารณสุขแขวงคำม่วน และนายแพทย์แสงทอง เสิมลัมวัน รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลแขวงคำม่วน พร้อมคณะ ภายใต้กรอบความร่วมมือตามกฎหมายการสาธารณสุขระหว่างประเทศ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า กรมสุขภาพจิตได้วางแผนการจัดบริการดูแลประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนที่มีปัญหาสุขภาพจิตรองรับการพัฒนาจังหวัดชายแดนที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจมีปัญหาสุขภาพจิตจากการเคลื่อนย้ายแรงงาน การแข่งขัน การเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด และปัญหาจากยาเสพติดซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคจิตเวชเพิ่มขึ้นและมีความรุนแรงกว่าโรคจิตเวชทั่วไปหลายเท่าตัว จึงมีนโยบายพัฒนาให้โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมราชนครินทร์ เป็นศูนย์เชี่ยวชาญรักษาโรคทางจิตเวชทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และพัฒนาความเชี่ยวชาญการรักษาโรคจิตเวชที่เกิดจากการใช้สารเสพติด เพื่อสร้างมาตรฐานการบำบัดรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และขยายผลใช้ทั่วประเทศ พร้อมทั้งเป็นศูนย์วิชาการด้านนี้ในกลุ่ม 6 ประเทศอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง ได้แก่ ไทยลาว เวียดนาม กัมพูชา พม่า และมณฑลยูนนานของจีน ซึ่งมีลักษณะการแพร่ระบาดของปัญหานี้ใกล้เคียงกัน
ในขณะที่การประชุมหารือครั้งนี้มีประเด็นสำคัญในการเสริมศักยภาพการพัฒนาเมืองชายแดน 2 ประเด็นหลัก คือ การพัฒนาด้านวิชาการ โดย รพ.คำม่วน สปป.ลาว มีแผนจะส่งบุคลากรการแพทย์มาฝึกอบรมด้านสุขภาพจิต จิตเวชและยาเสพติดที่โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมฯ และความร่วมมือในการพัฒนาระบบบริการข้ามพรมแดน โดยเฉพาะระบบการส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชที่มีภาวะฉุกเฉินซึ่งจะบูรณาการเพิ่มเติมในระบบการส่งต่อผู้ป่วยทางกายที่มีอยู่เดิมระหว่าง โรงพยาบาลคำม่วน กับ โรงพยาบาลนครพนม ที่มีความจำเป็นต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือเร่งด่วนโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง โดยให้ โรงพยาบาลจิตเวชนครพนมฯ เป็นศูนย์รับส่งต่อผู้ป่วยจิตเวชทั้งคนไทยและลาวภายในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อผู้ป่วยของ สปป.ลาว ที่มีปัญหาสุขภาพจิตสามารถเข้าถึงบริการใกล้บ้าน ลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางมารับบริการที่ฝั่งไทย และหากมีความจำเป็นด้านศักยภาพการให้บริการ ก็มีระบบส่งต่อที่มีคุณภาพมาตรฐานรองรับ เป็นการก้าวสู่การขยายความช่วยเหลือ และยกระดับเครือข่ายการดำเนินงานด้านจิตเวช โดยเฉพาะด้านจิตเวชสารเสพติดสู่ระดับอาเซียนต่อไป. ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ thaihealth