องค์กรด้านสิทธิฯแถลงการณ์จี้นายกฯตั้ง กก.สอบ ตร.คุกคามนักข่าวอิศราฯ-รื้อระบบสอบสวน

Posted on

ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวนายณัฐพร วีระนันท์ ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวอิศรา มาที่ สน.พหลโยธิน พร้อมกับแจ้งข้อหาบุกรุกสถานที่และยึดโทรศัพท์มือถือไว้ โดยให้พิมพ์ลายนิ้วมือ ทำประวัติอาชญากร และควบคุมตัวไว้ในห้องขัง ก่อนที่จะให้ประกันตัวในวงเงิน 15,000 บาท ในระหว่างการลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อมูลเรื่องหอพัก ที่ หจก.สมถวิล เรียลเอสเตรท ตั้งอยู่ในซอยพหลโยธิน 32 ถ.รัชดาภิเษก เขตจตุจักร กทม. ในช่วงบ่ายของวันที่ 9 ส.ค. 2560 เพื่อสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับหอพัก เพื่อตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินที่เสนอ ป.ป.ช.โดย พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ตร. และน้องชาย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมภาย หลังถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ซึ่งเป็นข้อมูลที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ ดังความปรากฏตามสื่อมวลชนนั้น

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน(สสส.) และองค์กรสิทธิมนุษยชนข้างท้ายนี้ เห็นว่าการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการจับกุมและแจ้งข้อหาต่อผู้สื่อข่าวดังกล่าว อาจมีลักษณะกลั่นแกล้ง และไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการตั้งข้อหาบุกรุกนั้นต้องเป็นการรบกวนการครอบครอง หรือมีเจตนาประสงค์ต่อทรัพย์ กรณีนักข่าวท่านนี้ เพียงเข้าไปสอบถามผู้ดูแลสถานที่ซึ่งเปิดให้คนทั่วไปมาสอบถาม หรือหาข้อมูลได้ไม่ใช่การกระทำความผิดฐานบุกรุก อีกทั้งการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าวอาจถือเป็นการคุกคามและขัดขวางการประกอบวิชาชีพของผู้สื่อข่าว และเป็นการลิดรอนสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เพื่อตรวจสอบการทุจจริตของเจ้าหน้าที่รัฐ

สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.) และองค์กรสิทธิมนุษยชนข้างท้ายนี้ขอเรียกร้อง ดังนี้

1.ให้นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บังคับบัญชาสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการกับผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย หรือไม่เพียงใด

2.ปฏิรูปสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยการแยกการสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและให้อัยการควบคุมการสอบสวน รวมทั้งการแจ้งข้อหาต่อผู้ต้องสงสัยว่ากระทำความผิดโดยพนักงานสอบสวนจะต้องได้รับความเห็นชอบจากพนักงานอัยการเสียก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจหน้าที่ควบคุมตัวบุคคลไว้ในอำนาจรัฐ อันเป็นการจำกัดเสรีภาพของบุคคลโดยไม่จำเป็น หรือการกลั่นแกล้งบุคคล โดยการตั้งข้อหา หรือแจ้งข้อหา โดยปราศจากข้อเท็จจริง หรือพยานหลักฐานในการกระทำผิดอย่างเพียงพอ
/สำนักข่าวอิศรา